ป้องกันได้ ปลอดภัยทุกวัน: องค์กรลดอุบัติเหตุบนท้องถนนคนทำงาน

ต้นแบบองค์กรสุขภาวะด้านความปลอดภัยทางถนน บริษัท ในเครือ เอ พี เอ็ม กรุ๊ป จำกัด วัฒนธรรมความปลอดภัยเริ่มต้นจากคนในองค์กร

บูรณาการด้านความปลอดภัยทางถนนเข้ากับกิจกรรมสุขภาวะ อบรมให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยในการขับขี่และตรวจสุขภาพก่อนขับรถ มีกิจกรรม “วันปลอดอุบัติเหตุ” รณรงค์ให้พนักงานตระหนักถึงการขับขี่ปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการดูแลสภาพรถและความพร้อมของร่างกาย

ภาพประกอบ

บริษัทในเครือ เอ พี เอ็ม กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ ตระหนักถึงปัญหาเชิงระบบที่องค์กรขาดการตรวจสุขภาพประจำปี พบว่าพนักงานส่วนใหญ่ 72% มีค่า BMI เกินมาตรฐาน ตัวเลขที่น่าตกใจนี้ไม่เพียงสะท้อนปัญหาสุขภาพส่วนบุคคล แต่ยังเชื่อมโยงกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงาน จึงได้ริเริ่มโครงการ "APM รวมพลังรักสุขภาพ" โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพเชิงระบบ และเชื่อมโยงไปสู่การสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งด้านความปลอดภัยทางถนน ด้วยความเชื่อที่ว่า ความปลอดภัยบนท้องถนนจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนเริ่มต้นจากความพร้อมทางกายและใจของคนทำงาน การดำเนินงานจึงมุ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาวะในทุกมิติ ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมด้านความปลอดภัยในการขับขี่ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อสุขภาพของพนักงาน แต่ยังสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุ และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจในชีวิตของทุกคนได้อย่างเป็นรูปธรรม

กระบวนการดำเนินงานองค์กรสุขภาวะด้านความปลอดภัยทางถนน

1. การกำหนดนโยบายสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร กำหนดนโยบาย "ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจชีวิต" ให้เป็นหนึ่งในนโยบายหลักเช่นเดียวกับด้านสุขภาพกาย โดยนโยบายครอบคลุมเรื่องการขับรถรับส่งพนักงาน การสวมหมวกนิรภัย การไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ และกำหนดเป็นข้อบังคับภายในองค์กรอย่างชัดเจน

2. คณะทำงานด้านการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร ตั้งคณะทำงานหรือทีมขับเคลื่อนด้านความปลอดภัยทางถนน โดยอาจใช้รูปแบบเครือข่ายผู้นำในแต่ละหน่วยงานหรือสายงานเหมือนที่ทำในโครงการสุขภาพ เช่น มี “ผู้นำความปลอดภัย” ที่ทำหน้าที่ติดตามพฤติกรรมเสี่ยงของเพื่อนร่วมงาน ให้คำแนะนำ และจัดกิจกรรมรณรงค์ในพื้นที่ตนเอง

3. งบประมาณสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร ใช้หลักการบริหารทรัพยากรแบบประหยัดและมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับแนวคิด “ธนาคารขยะ” ที่นำมาใช้ในโครงการสุขภาพ โดยอาจเริ่มจากทุนจิตอาสา การจัดกิจกรรมโดยใช้ทรัพยากรภายใน เช่น การทำโปสเตอร์รณรงค์ การอบรมความรู้ผ่านแอปพลิเคชันฟรี หรือความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น ตำรวจจราจร หรือ สสส.

4. กำหนดเป้าหมายของการประเมินผลที่ชัดเจน

  • สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนในหมู่พนักงานทุกระดับ โดยกำหนดเป้าหมายให้สัมพันธ์กับพฤติกรรมและความเสี่ยงในชีวิตจริงของพนักงาน
  • มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน วัดผลได้ จำนวนอุบัติเหตุที่เกิดกับพนักงานระหว่างเดินทาง, อัตราการสวมหมวกกันน็อกของพนักงานจักรยานยนต์, คะแนนความรู้ด้านความปลอดภัยหลังอบรม, ความรู้สึกมั่นใจในการเดินทางจากแบบสำรวจ

5. แผนการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร

  • มีแผนการดำเนินงานที่ครอบคลุมตามเป้าหมาย จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการขับขี่ปลอดภัยและการปฐมพยาบาล มอบอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น หมวกกันน็อก เสื้อสะท้อนแสง และสร้างเครือข่าย “พนักงานต้นแบบ” ที่ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
  • วางแผนกิจกรรมเป็นรายเดือนหรือไตรมาส เช่น สัปดาห์รณรงค์ใส่หมวกกันน็อก 100% อบรมขับขี่ปลอดภัยทุก 6 เดือน กิจกรรมตรวจเช็กสภาพรถจักรยานยนต์ การใช้สมุดบันทึกพฤติกรรมการขับขี่ประจำวันคล้ายสมุดสุขภาพ โดยมีการติดตามผลผ่านระบบไลน์กลุ่มและตัวแทนแต่ละแผนก

6. มีกระบวนการ ผลลัพธ์ และแนวทางการดำเนินงานที่ดี

  • การดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กรอย่างต่อเนื่องโดยมีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เช่น การรายงานสถิติอุบัติเหตุ หรือพฤติกรรมเสี่ยงลดลงในแต่ละเดือน/ไตรมาส หรือการวัดผลจากจำนวนผู้เข้าร่วมอบรม และจำนวนผู้สวมหมวกกันน็อกที่เพิ่มขึ้นชัดเจน โดยสามารถต่อยอดให้กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร เช่น การให้รางวัลพนักงานที่มีพฤติกรรมปลอดภัยต่อเนื่อง
  • ใช้ข้อมูลจริง เช่น สถิติการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทางมาทำงานเป็นฐานวางแผน คล้ายกับการใช้ค่า BMI ในโครงการสุขภาพ นำมาสู่การออกแบบกิจกรรมรณรงค์ที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละกลุ่มพนักงาน และมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบบฟีดแบ็คและการปรับปรุง เช่น การเพิ่มชมรม “คนขับปลอดภัย” หรือ “เพื่อนเตือนภัย” ที่เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการออกแบบแนวทางที่ตอบโจทย์จริง
  • มีกระบวนการติดตาม มีเครื่องมือ หรือระบบสนับสนุนการประเมินผล ใช้ Google Form หรือแอปพลิเคชันภายใน ให้พนักงานรายงานเหตุการณ์หรือพฤติกรรมเสี่ยง และจัดประชุมทีมความปลอดภัยประจำเดือน เพื่อติดตามผลและวางแผนเชิงรุก

7. วิเคราะห์ผลการประเมิน และนำไปใช้ต่อยอดเพื่อการพัฒนา ปรับปรุงกิจกรรมรณรงค์ให้เข้ากับกลุ่มเสี่ยง เช่น พนักงานกะดึก และใช้ข้อมูลประกอบการจัดสรรงบ เช่น ซื้อหมวกกันน็อกเพิ่ม เป็นต้น

กิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะด้านความปลอดภัยทางถนน

ออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันของพนักงาน และมีรายละเอียดที่มุ่งเน้นทั้งความพร้อมของบุคคลและยานพาหนะ ดังนี้

กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ: ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. การให้ความรู้เชิงทฤษฎี จัดการอบรมโดยเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนน มาให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับกฎจราจรที่สำคัญ เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัยในสถานการณ์ต่างๆ และการรับมือเหตุฉุกเฉิน
  2. การตรวจสุขภาพก่อนขับขี่ พนักงานทุกคนที่ใช้รถในการทำงานจะได้รับการตรวจสุขภาพเบื้องต้นอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งรวมถึงการตรวจวัดสายตา การวัดความดันโลหิต และการประเมินความพร้อมของร่างกาย เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานมีสภาพร่างกายที่เหมาะสมกับการขับขี่
  3. การฝึกปฏิบัติ จัดให้มีสนามฝึกขับขี่จำลองหรือการฝึกขับขี่ในพื้นที่ควบคุม เพื่อให้พนักงานได้ทดลองฝึกการขับขี่ในสถานการณ์เสี่ยงต่างๆ และทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างระมัดระวัง

กิจกรรมรณรงค์ “วันปลอดอุบัติเหตุ”

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. การกำหนดวันรณรงค์ กำหนดวันรณรงค์ "วันปลอดอุบัติเหตุ" เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเป็นเครื่องเตือนใจให้พนักงานใส่ใจในความปลอดภัยอยู่เสมอ
  2. การตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะ จัดกิจกรรมให้พนักงานนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาเข้ารับการตรวจเช็กสภาพเบื้องต้น เช่น ลมยาง ไฟส่องสว่าง และระบบเบรก โดยมีช่างผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทให้คำแนะนำ
  3. การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ โปสเตอร์ ป้ายประชาสัมพันธ์ และสื่อออนไลน์ผ่านช่องทางไลน์กลุ่ม เพื่อรณรงค์และให้ความรู้เกี่ยวกับข้อควรปฏิบัติในการขับขี่ที่ปลอดภัย และเน้นย้ำสถิติที่ประสบความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุของบริษัท

กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพด้านอื่นๆ

ด้านสุขภาวะกาย

  • มีการตรวจสุขภาพและวัดค่า BMI เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผน
  • จัดกิจกรรมออกกำลังกายร่วมกันหลังเลิกงานทุกวันพุธ
  • รณรงค์ให้ความรู้เรื่องการลด ละ เลิกบุหรี่

ด้านสุขภาวะสังคม

  • จัดกิจกรรม "เก็บกวาดขยะ" เพื่อปรับภูมิทัศน์บริษัท สร้างความสามัคคี

ด้านสุขภาวะสติปัญญา

  • จัดกิจกรรมอบรม APM ขับเคลื่อนสุขภาวะ

ด้านสุขภาวะใจ

  • ส่งเสริมความสุขในครอบครัวด้วยกิจกรรม Happy Valentine และการรดน้ำดำหัวผู้บริหารในเทศกาลสงกรานต์

ผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

มิติด้านความปลอดภัยทางถนน

  • เชิงปริมาณ จากการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องและกิจกรรมที่เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย พนักงานที่เข้าร่วมโครงการ 256 คนมีสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลงอย่างน่าพอใจ โดยลดลงจากเดิมถึง 10% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพของโครงการในการลดความเสี่ยงและสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
  • เชิงคุณภาพ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร พนักงานมีความตระหนักถึงความพร้อมของตนเองก่อนการขับขี่มากขึ้น ทั้งในด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต นอกจากนี้ยังเกิดการสื่อสารและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัยระหว่างพนักงาน ทำให้เกิดการดูแลกันเองในหมู่เพื่อนร่วมงาน และสร้างความรู้สึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมมากขึ้น

มิติด้านสุขภาพกาย

  • พนักงานเข้าร่วมกิจกรรม 119 คน ในนี้จำนวน 78 คน สามารถลดน้ำหนักได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด

มิติด้านสุขภาพจิตและสังคม

  • จากการสำรวจ พนักงานมีกำลังใจในการปฏิบัติงานดีขึ้นถึง 96% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสุขและความผูกพันที่เพิ่มขึ้นในองค์กร

ปัจจัยความสำเร็จ

  • ความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันและเป็นแบบอย่างในการดำเนินกิจกรรมสุขภาวะและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางถนน การสนับสนุนที่ชัดเจนนี้ทำให้พนักงานเห็นความสำคัญของโครงการและเกิดความเชื่อมั่นในการมีส่วนร่วม
  • การเริ่มต้นจากปัญหาที่จับต้องได้และข้อมูลเชิงประจักษ์ การใช้ข้อมูลผลการตรวจสุขภาพ (BMI) ซึ่งเป็นปัญหาที่พนักงานทุกคนรับรู้และสัมผัสได้จริง ทำให้การวางแผนโครงการมีทิศทางที่ชัดเจน สามารถเชื่อมโยงปัญหาสุขภาพกับความปลอดภัยในการขับขี่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
  • การเชื่อมโยงสุขภาวะกับธุรกิจหลัก เนื่องจากเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์ จึงสามารถบูรณาการความปลอดภัยทางถนนเข้ากับกิจกรรมสุขภาวะได้อย่างเป็นธรรมชาติ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความปลอดภัยจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน
  • การมีส่วนร่วมของพนักงาน โครงการนี้ไม่ได้ถูกกำหนดจากเบื้องบนเพียงอย่างเดียว แต่ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการคิดและสร้างสรรค์กิจกรรมเอง ทำให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและมีแรงจูงใจในการเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง
  • การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง ใช้ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เช่น ไลน์กลุ่มและโปสเตอร์ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารและรณรงค์กิจกรรมต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ทำให้พนักงานรับรู้และเข้าใจในเป้าหมายของโครงการ
  • การวัดผลที่ชัดเจน มีการเก็บข้อมูลและวัดผลเชิงปริมาณ เช่น สถิติการลดลงของอุบัติเหตุบนท้องถนน และการเปลี่ยนแปลงของค่า BMI ซึ่งทำให้เห็นความสำเร็จของโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรมและสามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต

จากปัญหาด้านสุขภาพของพนักงานที่ตรวจพบค่า BMI เกินมาตรฐาน ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการออกแบบโครงการที่ครอบคลุมทั้ง 4 มิติของสุขภาวะ สิ่งที่โดดเด่นคือการผนวกความสำคัญด้านความปลอดภัยทางถนนเข้าไปในกิจกรรมหลักอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการอบรมให้ความรู้ การรณรงค์วันปลอดอุบัติเหตุ หรือการตรวจสุขภาพก่อนขับขี่ ด้วยแนวทางนี้ไม่เพียงแต่มีพนักงานที่มีสุขภาพดีขึ้น แต่ยังสามารถลดสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนของพนักงานลงได้ถึง 10% ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการดูแลสุขภาพของคนในองค์กรคือรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การสร้างความปลอดภัยอย่างแท้จริง และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในวงกว้าง ไม่เพียงแต่ในพื้นที่ทำงาน แต่ยังรวมถึงบนท้องถนนด้วย

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ

ภาพประกอบ


ผู้เขียน :


ประเด็นสุขภาวะ → ลดอัตราเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน

ประเด็น Happy 8 → Happy BodyHappy HeartHappy RelaxHappy BrainHappy FamilyHappy Society

เครื่องมือสร้างองค์กรสุขภาวะ

1

สร้างการเรียนรู้ และความเข้าใจ องค์กรสุขภาวะ (Happy Workplace)

สร้างการเรียนรู้ และความเข้าใจ องค์กรสุขภาวะ (Happy Workplace)

ReadHappy Workplace คืออะไร

2

ตั้งคณะทำงาน และพัฒนาทีมงาน (นักสร้างสุของค์กร)

ตั้งคณะทำงาน และพัฒนาทีมงาน (นักสร้างสุของค์กร)

DownloadTemplate ตั้งคณะทำงาน

3

สำรวจและวิเคราะห์ปัญหาในองค์กร

สำรวจและวิเคราะห์ปัญหาในองค์กร

Toolทำแบบประเมินคุณลักษณะองค์กรสุขภาวะ

5

ออกแบบ ดำเนินกิจกรรม และสื่อสารเพื่อสร้างแรงจูงใจ

ออกแบบ ดำเนินกิจกรรม และสื่อสารเพื่อสร้างแรงจูงใจ

Toolเครื่องมือออกแบบโครงการ
DownloadTemplate แผนกิจกรรม
DownloadTemplate รายงานผลกิจกรรม

7

ทบทวนและพัฒนากิจกรรมที่ดำเนินงาน

ทบทวนและพัฒนากิจกรรมที่ดำเนินงาน

8

ส่งเสริมความยั่งยืนในการเกิดวัฒนธรรมสร้างสุขขององค์กร

ส่งเสริมความยั่งยืนในการเกิดวัฒนธรรมสร้างสุขขององค์กร